5.1 สภาวะแวดล้อมด้านบุคลากร (40 คะแนน)

5.1 สภาวะแวดล้อมด้านบุคลากร (Workforce Environment)

สถาบันมีวิธีการอย่างไร ในการสร้างสภาวะแวดล้อมด้านบุคลากรที่เกื้อหนุนและมีประสิทธิผล (Basic question)

5.1a1 ความจำเป็นด้านขีดความสามารถ และอัตรากำลัง (Capability and Capacity needs)

Overall question: สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการประเมินด้านขีดความสามารถและอัตรากําลังบุคลากรที่สถาบันจําเป็นต้องมี

Multiple question:
สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการประเมินทักษะ สมรรถนะ การรับรอง (certifications) และจำนวนบุคลากรที่จำเป็นต้องมี ในแต่ละลักษณะงานหรือระดับ (staffing needs) ที่จำเป็นต่อสถาบันทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
หมายเหตุ 5.1a1
การประเมินความจำเป็นด้านขีดความสามารถและอัตรากำลังบุคลากร ควรคำนึงถึงความจำเป็นทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ ที่ระบุในหมวด 2 (กลยุทธ์)

5.1a2 บุคลากรใหม่ (New Workforce Members)

Overall question: สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการสรรหา ว่าจ้าง และดูแล (Onboard) บุคลากรใหม่

Multiple questions:
– สถาบันทำให้มั่นใจได้อย่างไรว่า บุคลากรเป็นตัวแทนที่สะท้อนให้เห็นถึง ความหลากหลายของมุมมอง วัฒนธรรม และวิธีคิด ของชุมชนของบุคลากรที่สถาบันจ้าง และของผู้เรียน
– สถาบันทำให้มั่นใจได้อย่างไรว่า บุคลากรใหม่เข้ากันได้กับวัฒนธรรมขององค์กร

5.1a3 การจัดการการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลากร (Workforce Change)

Overall question: สถาบันมีวิธีการอย่างไร ในการเตรียมบุคลากรให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงความจําเป็นด้านขีดความสามารถ และอัตรากําลัง

Multiple questions:
สถาบันดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้ อย่างไร
– สร้างความสมดุล ระหว่างความจำเป็นของบุคลากรและความจำเป็นของสถาบัน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ป้องกันการลดจำนวนของบุคลากร และลดผลกระทบหากต้องปรับลดจำนวนบุคลากรลง
– เตรียมการและจัดการ ในช่วงเวลาที่มีการเพิ่มจำนวนหรือขาดแคลนบุคลากร
– เตรียมบุคลากร เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถาบันด้านโครงสร้าง สถานที่ทำงาน ระบบงาน และเทคโนโลยีหากจำเป็น

หมายเหตุ 5.1a3
– การเตรียมบุคลากรให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงอาจรวมถึง การเตรียมที่จะ
1) สลับสถานที่ทำงาน หรือทำงานทางไกล
2) เปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้เรียน และลูกค้ากลุ่มอื่น หรือข้อกำหนดของหลักสูตร หรือบริการที่นำไปสู่การใช้เทคโนโลยีใหม่
3) ใช้ระบบงานที่ออกแบบใหม่
4) พลิกโฉมองค์กร

– การเตรียมดังกล่าวอาจรวมถึง การฝึกอบรม การศึกษา การติดต่อสื่อสารบ่อยครั้ง การพิจารณาจ้างบุคลากร และความพร้อมปฏิบัติงานในหน้าที่ การให้คำปรึกษาด้านอาชีพ และบริการอื่น ๆ
– การเตรียมดังกล่าวอาจรวมถึง การจัดการกับภาวะหมดไฟ (burnout) ในการทำงานของบุคลากร ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ขาดแคลนบุคลากร หรือภาระงานที่เพิ่มขึ้นซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือสถานการณ์อื่นที่ไม่ได้วางแผนไว้

5.1a4 การทํางานให้บรรลุผล (Work Accomplishment)

Overall question: สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการจัดระบบการทํางานและบริหารบุคลากร

Multiple questions
สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการจัดระบบการทํางานและบริหารบุคลากร เพื่อให้
– ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากสมรรถนะหลักขององค์กร
– ส่งเสริมสนับสนุนความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ความคล่องตัว และการมุ่งเน้นผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่น และธุรกิจ
– ตอบสนองความต้องการด้านบุคลากร (staffing needs)

หมายเหตุ 5.1a4 (และ 5.1b1)
สถาบันควรพิจารณาเรื่องการที่บุคลากรทำงานหลายสถานที่ รวมถึงบุคลากรที่ทำงานปกติที่บ้าน หรือการสลับรูปแบบการทำงาน ผ่านการทำงานแบบทางไกล (telework) หรือทำงานจากที่ใดก็ได้ (remote work)

5.1b1 สภาวะแวดล้อมของการทํางาน (Workplace Environment)

Overall question: สถาบันดําเนินการอย่างไรเพื่อสร้างความมั่นใจว่าสถานที่ทํางานมีสุขภาวะ และความสะดวกในการเข้าถึงที่ทํางานของบุคลากร

Multiple question:
ตัววัดผลการดำเนินงาน และเป้าประสงค์ ในการปรับปรุงปัจจัยด้านสภาวะแวดล้อมในการทำงาน มีอะไรบ้าง

หมายเหตุ 5.1b1
– ความสะดวกในการเข้าถึงสถานที่ทำงาน ช่วยขจัดอุปสรรคต่อผู้พิการให้สามารถทำงานได้ตามศักยภาพของตน
– สถานที่ทำงานต้องเอื้อให้บุคลากรทุกคน สามารถเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง (inclusive) โดยปราศจากอคติ ทั้งด้านกายภาพ เทคโนโลยี และทัศนคติ
– ในการทำงานต่างพื้นที่ หรือที่มีการจัดการทำงานแบบผสมผสาน ซึ่งมีปัจจัยด้านสภาะแวดล้อมในการทำงาน และตัววัดผลการดำเนินงานหรือเป้าหมายที่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญ สถาบันควรอธิบายถึงความแตกต่างเหล่านี้ ในการตอบคำถามด้วย
– สถาบันควรอธิบายเรื่องความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยของสถานที่ทำงานในหัวข้อ 6.2

5.1b2 นโยบาย และสิทธิประโยชน์สําหรับบุคลากร (Workforce Compensation and Benefits)

Overall question: สถาบันสนับสนุนบุคลากรโดยจัดให้มีค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์อย่างไร

Multiple questions:
นโยบายของสถาบันที่เกี่ยวข้องกับค่าตอบแทน มีความเป็นธรรมอย่างไร และ
สิทธิประโยชน์สามารถตอบสนองต่อความต้องการของบุคลากรที่หลากหลาย รวมทั้งความต้องการของกลุ่มและประเภทของบุคลากรที่แตกต่างกันอย่างไร
หมายเหตุ 5.1b2
ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม หมายถึงค่าจ้างที่เพียงพอและเหมาะสม สำหรับการทำงานของบุคลากร ซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์และผลการปฏิบัติงานตามข้อกำหนดงานของแต่ละบุคคล โดยคำนึงถึงตลาดในภาคส่วนการศึกษา และ/หรือการเปรียบเทียบกับคู่แข่งด้วย

การให้คะแนนตามแนวทางการประเมินของมหาวิทยาลัย TRSU QA
คะแนน12345
คำถามที่ตอบได้1 ข้อ2 ข้อ3-4 ข้อ5 ข้อ6 ข้อ
การให้คะแนน โดยปรเมินภาพรวมแบบ ADLI ตามแนวทางของเกณฑ์ EdPEx
คะแนน / bandคำอธิบายคะแนน / bandคำอธิบาย
0% หรือ 5%
(A1)
A: ไม่ปรากฏแนวทางอย่างเป็นระบบ มีสารสนเทศเพียงผิวเผิน
D: แทบไม่ปรากฏหลักฐานการถ่ายทอดเพื่อนําไปปฏิบัติ
L: ไม่แสดงให้เห็นว่ามีแนวคิดในการปรับปรุง มีการปรับปรุงเมื่อเกิดปัญหา
I : ไม่แสดงให้เห็นว่ามีความสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันในระดับสถาบันแต่ละส่วนหรือหน่วยงานดําเนินการอย่างเอกเทศ
10%, 15%, 20% หรือ 25%
(A2)
A: แสดงให้เห็นว่าเริ่มมีแนวทางที่เป็นระบบที่ตอบสนองต่อ คําถามพื้นฐาน ของหัวข้อ
D: การนําแนวทางไปถ่ายทอดเพื่อนําไปปฏิบัติเพียงอยู่ในขั้นเริ่มต้นในเกือบทุกส่วนหรือหน่วยงาน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุผลของคําถามพื้นฐานของหัวข้อนั้น
L: เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากการตั้งรับปัญหามาเป็นแนวคิดในการปรับปรุงแบบพื้น ๆ
I: มีแนวทางที่สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันกับส่วนหรือหน่วยงานอื่น โดยส่วนใหญ่เกิดจากการร่วมกันแก้ปัญหา
30%, 35%, 40% หรือ 45%
(B1)
A: แสดงให้เห็นว่ามีแนวทางที่เป็นระบบและมีประสิทธิผลที่ตอบสนองต่อคําถามพื้นฐานของหัวข้อ
D: มีการนําแนวทางไปถ่ายทอดเพื่อนําไปปฏิบัติ ถึงแม้ว่าบางส่วนหรือบางหน่วยงานเพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้น
L: เริ่มมีแนวทางอย่างเป็นระบบในการประเมินและปรับปรุงกระบวนการที่สําคัญ
I: แนวทางเริ่มมีความสอดคล้องกับความจําเป็นพื้นฐานที่สถาบันต้องทํา/มีตามที่ระบุไว้ในโครงร่างองค์กร และหัวข้อกระบวนการอื่น ๆ
50%, 55%, 60% หรือ 65%
(B2)
A: มีแนวทางที่เป็นระบบและมีประสิทธิผลที่ตอบสนองต่อคําถามโดยรวมของหัวข้อ
D: มีการนําแนวทางไปถ่ายทอดเพื่อนําไปปฏิบัติเป็นอย่างดี ถึงแม้การปฏิบัติอาจแตกต่างกันในบางส่วนหรือบางหน่วยงาน
L: มีกระบวนการประเมินและปรับปรุงอย่างเป็นระบบโดยใช้ข้อมูลจริง และเริ่มมีการเรียนรู้ในระดับองค์กร ซึ่งรวมถึงการสร้างนวัตกรรมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการที่สําคัญ
I: แนวทางมีความสอดคล้องกับความจําเป็นโดยรวมที่สถาบันต้องทํา/มี ตามที่ระบุไว้ในโครงร่างองค์กรและในหัวข้อกระบวนการอื่น ๆ
70%, 75%, 80% หรือ 85%
(C1)
A: ปรากฏหลักฐานว่ามีแนวทางอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิผลที่ตอบคําถามย่อยของหัวข้อ
D: มีการนําแนวทางไปถ่ายทอดเพื่อนําไปปฏิบัติเป็นอย่างดีโดยไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญในพื้นที่ หรือหน่วยงานส่วนใหญ่
L: มีกระบวนการประเมินและปรับปรุงอย่างเป็นระบบโดยใช้ข้อมูลจริง และมีการเรียนรู้ในระดับองค์กร
รวมถึงการสร้างนวัตกรรม ซึ่งเป็นเครื่องมืที่สําคัญในการจัดการ ปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น อันเป็นผลมาจากการวิเคราะห์และการแบ่งปันระดับองค์กร
I: มีแนวทางที่บูรณาการกับความจําเป็นที่สถาบันต้องทํา/มีทั้งในปัจจุบันและอนาคต ตามที่ระบุไว้ในโครงร่างองค์กรและในหัวข้อกระบวนการอื่น ๆ
90%, 95% หรือ 100%
(C2)
A: มีแนวทางอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิผลที่ตอบคําถามย่อยของหัวข้ออย่างครบถ้วน
D: มีการนําแนวทางไปถ่ายทอดเพื่อนําไปปฏิบัติอย่างทั่วถึง โดยไมมีจุดอ่อนหรือความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญในพื้นที่หรือหน่วยงานใด ๆ
L: มีกระบวนการประเมินและปรับปรุงอย่างเป็นระบบโดยใช้ข้อมูลจริง และมีการเรียนรู้ในระดับองค์กรผ่านการสร้างนวัตกรรม โดยนํามาใช้เป็นเครื่องมือที่สําคัญในการจัดการทั่วทั้งองค์กร
ปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนถึงการเปลี่ยน แปลงที่ดีขึ้น และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กรนี้เป็นผลมาจากการวิเคราะห์และการแบ่งปันความรู้
I: แนวทางมีการบูรณาการอย่างดีกับความจําเป็นที่สถาบันต้องทํา/มีทั้งในปัจจุบันและอนาคต ตามที่ระบุไว้ในโครงร่างองค์กรและในหัวข้อกระบวนการอื่น ๆ

ผลการดำเนินการ

5.1a1 Capability & Capacity Needs: สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการประเมินด้านขีดความสามารถและอัตรากําลังบุคลากรที่สถาบันจําเป็นต้องมี

ในการประเมินขีดความสามารถ (capability) และ อัตรากำลัง (capacity) ของบุคลากร คณะบริหารธุรกิจพิจารณาจากลักษณะและระดับงาน ตามแผนกลยุทธ์ดังนี้

ประเภทของงาน และ(บุคลากร)ขีดความสามารถของบุคลากร
ที่คณะต้องการ
อัตรากำลังของบุคลากรที่มีอยู่
การจัดการเรียนการสอน
(อาจารย์)
มีคุณสมบัติและประสบการณ์ตามที่มาตรฐานอุดมศึกษาระดับหลักสูตร พ.ศ.2565 กำหนด คือ
– คุณวุฒิตรงหรือสัมพันธ์ที่สูงกว่าระดับปริญญาของหลักสูตรที่สอน
– มีความรู้ในศาสตร์ หรือมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ในสาขา
– สามารถออกแบบและจัดการเรียนการสอน จัดกิจกรรมการและสนับสนุนเรียนรู้ และประเมินผลการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนบรรลุผลการเรียนรู้ (ต้องมีแผนพัฒนาอาจารย์)
– ปริญญาตรี 5 หลักสูตร มีอาจารย์ 29 คน เป็นทั้งผู้รับผิดชอบหลักสูตร และสอน
– ปริญญาโท 1 หลักสูตร มีอาจารย์ 3 คน เป็นทั้งผู้รับผิดชอบหลักสูตร และสอน
การให้คำปรึกษา และพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา
(อาจารย์ และบุคลากรสนับสนุน)
– มีจิตวิทยาในการให้คำปรึกษา และพัฒนานักศึกษา
– สามารถจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรให้นักศึกษามีส่วนร่วมและพัฒนาศักยภาพ
– เข้าใจเรื่องผลการเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา 2565
– อาจารย์ทุกคนเป็น อ.ที่ปรึกษาของ นศ.ป.ตรี โดยมีอัตราส่วนนักศึกษาต่ออาจารย์ที่ปรึกษา ไม่เกิน 20 ต่อ 1
– อาจารย์หลักสูตร MBA เป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ให้ นศ.ทุกคน อัตราส่วน นศ.ต่ออาจารย์ที่ปรึกษาไม่เกิน 5 ต่อ 1
การวิจัย
(อาจารย์ และสำนักวิจัย)
– สามารถสร้างความเชี่ยวชาญของตนผ่านการทำวิจัย
– สามารถเขียนบทความวิจัยหรือวิชาการเพื่อตีพิมพ์
– มีงานวิจัยตีพิมพ์แยกตามหลักสูตรหรือสาขาวิชาเอก โดยเฉลี่ยหลักสูตรละ 1 เรื่องต่อปี (ต้องมีแผนพัฒนาอาจารย์)
ยังไม่มีอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการวิจัยประยุกต์หรือพัฒนาวิชาชีพ
การบริการวิชาการ
(คณะ และอาจารย์)
มีงานวิจัยหรือความเชี่ยวชาญเฉพาะที่สามารถนำสู่การให้บริการวิชาการที่ชุมชนยอมรับได้ยังไม่มีอาจารย์ที่จะทำงานบริการวิชาการ
การบริหารจัดการ และดำเนินงานตามแผน
(คณบดี ผู้บริหาร)
– มีภาวะผู้นำ สามารถนำองค์กรด้วยพันธกิจ วิสัยทัศน์และค่านิยม
– ทำแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ สื่อสารให้บุคลากรปฏิบัติอย่างจริงจังเพื่อบรรลุพันธกิจและเป้าหมายของแผน
มีเพียงคณบดีเป็นผู้นำ ยังไม่มีคณะที่ปรึกษาจากภาคธุรกิจ หรือคณะทำงานวิจัยและบริการวิชาการ

คณะบริหารธุรกิจ จัดทำแผนพัฒนาอาจารย์ ระยะ 5 ปี (ปีการศึกษา 2564 – 2569) โดยกำหนดคุณสมบัติและจำนวนผลงานทางวิชาการของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและอาจารย์ประจำหลักสูตร ตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรฯ ของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา จำนวน 5 คนต่อสาขาวิชา และจำนวน 3 คนต่อวิชาเอก โดยมีสัดส่วนจำนวนอาจารย์ประจำต่อนักศึกษาเต็มเวลา (FTES) ไม่เกิน 1:25 และใช้แผนนี้เป็นแนวทางในการจัดหา คัดเลือก และพัฒนาอาจารย์   

คณบดีและรองคณบดี จะเป็นผู้แนะนำและส่งเสริมการพัฒนาอาจารย์ให้เป็นไปตามแผนพัฒนาอาจารย์ ระยะ 5 ปี โดยมีการปฐมนิเทศอาจารย์ที่บรรจุใหม่ให้ทราบถึงหน้าที่และการปฏิบัติงานตามพันธกิจ ร่วมกับสำนักทรัพยากรมนุษย์ในการแนะนำแนวทางการปฏิบัติตนตามระเบียบและข้อบังคับของวิทยาลัย ผ่านการประชุมบุคลากร และคู่มือบุคลากร   

อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและอาจารย์ประจำหลักสูตร มีการวางแผนการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประชุม สัมมนา อบรม และเวทีวิชาการต่าง ๆ นำไปสู่พัฒนาองค์ความรู้เพื่อการจัดการเรียนการสอน การออกแบบข้อสอบ การวัดและการประเมินผล การทำวิจัย และการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ    

ประธานหลักสูตรแต่ละหลักสูตร จะเป็นผู้กำหนดแผนพัฒนาศักยภาพของอาจารย์ประจำ โดยบูรณาการเข้ากับพันธกิจต่าง ๆ และรายงานไปยังคณบดี

5.2a2 New Workforce Members: สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการสรรหา ว่าจ้าง และดูแล (Onboard) บุคลากรใหม่

     คณะบริหารธุรกิจดำเนินการสรรหาอัตรากำลังตามแผนอัตรากำลัง โดยประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์จัดหางาน และเว็บไซต์ของวิทยาลัย เพื่อให้ได้อาจารย์ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ดำเนินการคัดเลือกโดยคณะกรรมการบริหารคณะ และรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ตรวจสอบผู้สมัครตั้งแต่คุณวุฒิการศึกษา ผลงานทางวิชาการ ประสบการณ์การสอนและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชา/ศาสตร์ และผลการทดสอบความรู้ทางภาษาอังกฤษ หากพิจารณารับเข้าแล้วก็จะบรรจุแต่งตั้ง ทำสัญญาจ้าง และทดลองปฏิบัติงานตามข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

     เมื่อดำเนินการให้ได้อาจารย์ประจำที่มีคุณสมบัติและความสามารถตรงตามสาขาวิชาแล้ว จะมีการปฐมนิเทศอาจารย์ใหม่ และมีระบบพี่เลี้ยงเพื่อดูแลและให้คำปรึกษาอาจารย์ในขณะทดลองงานเป็นระยะเวลา 4 เดือน

     คณะบริหารธุรกิจ โดยคณะกรรมการบริหารและประธานหลักสูตร ร่วมกับสำนักทรัพยากรมนุษย์มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลอาจารย์ใหม่ ตลอดทั้งหน่วยงานสนับสนุนอื่น ๆ ที่มีบทบาทในฐานะพี่เลี้ยงที่ให้คำปรึกษาและแนะนำได้ เช่น คณบดีและประธานหลักสูตรให้คำแนะนำในการจัดทำแผนการสอน การออกข้อสอบ การตัดเกรด และการนิเทศการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สำนักวิจัยและพัฒนา ซึ่งมีคลินิกวิจัยให้คำปรึกษาด้านการทำวิจัย สำนักประกันคุณภาพการศึกษา จัดอบรมให้ความรู้ด้านเกณฑ์คุณภาพและการเขียนรายงานการประเมินตนเอง (Self-Assessment Report: SAR) สำนักวิชาการ ให้คำแนะนำในการดำเนินการตาม มคอ.3/4 และ มคอ.5/6 และการจัดทำหลักสูตร สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่จัดอบรมการใช้งานระบบ Moodle และระบบ STIC’s MIS และศูนย์วิทยบริการที่จัดอบรมการใช้งานฐานข้อมูลเพื่อการสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศทั้งในและต่างประเทศ เป็นต้น

5.1a3 Workforce changes: สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการเตรียมบุคลากรให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงความจําเป็นด้านขีดความสามารถและอัตรากําลัง

     อาจารย์ประจำที่เข้าใหม่ทุกคนจะได้รับการปฐมนิเทศ และการถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการจัดการเรียนการสอน และการวิจัย จากอาจารย์พี่เลี้ยง การอบรม หรือ Workshop จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคู่มือหรือเอกสารต่าง ๆ และอาจารย์ประจำที่ยังอยู่จะได้รับการฝึกอบรมหรือมีชั่วโมงการพัฒนาตนเองไม่น้อยกว่า 15 ชั่วโมงต่อปี

     การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และองค์ความรู้ต่าง ๆ ระหว่างอาจารย์ใหม่และอาจารย์พี่เลี้ยงและหน่วยงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างกัลยาณมิตร และกรณีที่เป็นอาจารย์ประจำอยู่แต่เดิม จะต้องมีชั่วโมงการพัฒนาตนเองเพื่อการ Re-skill และ Up-skill และเพื่อประกันได้ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     การมอบหมายอาจารย์นอกจากต้องปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจแล้ว ต้องมีงานที่ได้รับมอบหมายอื่น ๆ เพื่อเสริมความรู้และทักษะใหม่ ๆ และทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

     อาจารย์ประจำทั้งที่บรรจุใหม่และที่ยังอยู่แต่เดิม สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจ และพัฒนาหรือปรับปรุงกระบวนการทำงานแบบ PDCA ได้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

5.1a4 Work Accomplishment: สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการจัดระบบการทํางานและบริหารบุคลากร

     คณะบริหารธุรกิจมีการกำหนดโครงสร้างองค์กรและดำเนินการบริหารบุคคลตามพันธกิจ โดยมีรองคณบดีฝ่ายต่าง ๆ ตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารคณะ และประธานหลักสูตรมอบหมายภาระงานสอนตามรายวิชาตามความเหมาะสมให้กับอาจารย์ ส่วนภาระงานอื่น ๆ จะมีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติไว้ในคู่มือ เพื่อการกำกับและประเมินผลการปฏิบัติงาน

     การประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี จะมีการประเมินผลโดยผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ประกอบกับการพิจารณาผลการประเมินการสอนโดยนักศึกษา เพื่อเป็นข้อมูลเสนอให้กับผู้บริหารระดับสูงต่อไป

     คณบดี รองคณบดี และประธานหลักสูตร จะชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงานตามขอบเขตและหน้าที่ทีรับผิดชอบ มีการกำกับดูแลและประเมินผลอย่างเป็นระบบ และสะท้อนผลการประเมินไปยังอาจารย์ประจำ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการพัฒนาปรับปรุงตนเองต่อไป

     ผลการปฏิบัติงานตามกรอบภาระงาน ตามพันธกิจ สามารถพิจารณาได้จากการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติในระบบ STIC’s MIS บันทึกข้อความขอพิจารณาจัดสรรทุนตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัย และการส่งข้อสอบ เพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินในแต่ละครั้ง

     ผู้บริหารและอาจารย์ประจำจะใช้ระบบสารสนเทศของวิทยาลัย (STIC’s MIS) ในการเป็นเครื่องมือจัดการข้อมูลการปฏิบัติงานตามพันธกิจ เพื่อความถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และทันเวลาต่อการใช้ข้อมูล

5.1b1 Workforce Environment: สถาบันดําเนินการอย่างไรเพื่อสร้างความมั่นใจว่าสถานที่ทํางานมีสุขภาวะ และความสะดวกในการเข้าถึงที่ทํางานของบุคลากร

     คณะบริหารธุรกิจ และวิทยาลัย ดำเนินการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก และสิ่งสนับสนุนการทำงาน และการจัดการเรียนการสอนที่มีความเหมาะสมและพร้อมต่อการใช้งาน เช่น ห้องพักอาจารย์ ที่มีสัดส่วนพื้นที่ต่ออาจารย์เหมาะสม ตามประกาศของกระทรวงฯ ห้องบรรยายและห้องปฏิบัติการที่มีพื้นที่ต่อจำนวนที่นั่งของนักศึกษา และสื่อการสอนที่ครบถ้วน อาคารเรียนและหอประชุมมีระบบปรับอากาศ ทางหนีไฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อผู้พิการ มีพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก ซึ่งเหมาะสมกับการพักผ่อนตามอัธยาศัย และกิจกรรมนันทนาการ ต่าง ๆ และการรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ และจุดรวมพล เป็นต้น

     คณะบริหารธุรกิจ เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ กับคณะวิชาและหน่วยงานต่าง ๆ ของวิทยาลัย เพื่อสร้างสัมพันธภาพอันดี และเนื่องจากวิทยาลัยมีขนาดไม่ใหญ่มาก บรรยากาศการทำงาน และการอยู่อาศัยทำให้อาจารย์และนักศึกษาค่อนข้างใกล้ชิด และมีความพึงพอใจต่อสภาพแวดล้องและบรรยากาศ

     เมื่อการดำเนินการและนำสู่การปฏิบัติ เกิดบรรยากาศที่ดีในองค์กร ย่อมเกิดพลังความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน การแก้ไขปัญหาและเกิดความสุขในการทำงาน ได้รับความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรม/โครงการต่าง ๆ เป็นอย่างดี

     อาจารย์สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นแรงผลักดันในการทำงานเชิงบวกให้กับนักศึกษา เพื่อให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้และสามารถพัฒนาศักยภาพไปสู่คุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ของคณะบริหารธุรกิจ และของวิทยาลัยได้

5.1b2 Workforce Compensation & Benefits: สถาบันสนับสนุนบุคลากรโดยจัดให้มีค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์อย่างไร

ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของบุคลากร และเจตคติที่ดีต่อองค์กร  มหาวิทยาลัยจึงกำหนดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ไว้ในการประชาสัมพันธ์รับสมัครอาจารย์และบุคลากรตามตำแหน่ง และมีการประกาศให้ทราบโดยสำนักทรัพยากรมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ด้านทุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น กองทุนประกันสังคม การตรวจสุขภาพประจำปี สวัสดิการรถรับ-ส่ง และที่พักอาศัย ไปจนถึงการช่วยเหลือครอบครัวกรณีที่อาจารย์ประจำและบุคลากรเสียชีวิต

คณบดีคณะบริหารธุรกิจร่วมกับสำนักทรัพยากรมนุษย์ ดำเนินการด้านสิทธิประโยชน์ของอาจารย์ประจำและบุคลากร ตามระเบียบหรือประกาศที่วิทยาลัยกำหนด

นอกจากนี้ คณะบริหารธุรกิจ กำหนดให้อาจารย์ประจำและบุคลากรทุกคน ต้องมีชั่วโมงการอบรมเพื่อพัฒนาตนเองไม่น้อยกว่า 15 ชั่วโมงต่อปี และเสนอให้ทุกคนพิจารณาทบทวนเพื่อกำหนดหรือปรับแผนการพัฒนาตนเอง เสนอต่อคณะกรรมการบริหารคณะทุกปี ไม่ว่าจะเป็นความต้องการการศึกษาต่อในระดับสูง หรือความต้องการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ เป็นต้น

แผนพัฒนาบุคลากร ระยะ 5 ปี จะนำลงสู่แผนปฏิบัติการประจำปี โดยต้องมีการรายงานสรุปผลการพัฒนาเพื่อให้คณะกรรมการบริหารคณะรับทราบ ผ่านการประชุมคณะกรรมการฯ     ผู้บริหารและอาจารย์ประจำคณะ มีการพิจารณาทบทวนผลการพัฒนาหรือความก้าวหน้าในแต่ละปี และให้ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงกระบวนการต่าง ๆ ในการลดอุปสรรคที่ทำให้การพัฒนาความก้าวหน้าของตนยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในปีที่ผ่านมา

การพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่องจะนำไปสู่การผลิตผลงานทางวิชาการหรือนวัตกรรมที่ยกระดับการจัดการเรียนการสอน และการบริการวิชาการสู่สังคมและชุมชนให้สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าได้

คณะบริหารธุรกิจ มีอาจารย์ประจำที่เข้าร่วมโครงการบริการวิชาการสู่สังคม และนำผลงานทางวิชาการไปให้บริการวิชาการ และนำความรู้ทั้งจากการบริการวิชาการและการวิจัย ไปใช้ในการสอนในชั้นเรียน หลักสูตรต่าง ๆ นำความรู้จากการบริการวิชาการและวิจัย ไปใช้สร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการ เช่น โรงเรียนการบินและบริษัทในอุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยวและการโรงแรม มาเป็นวิทยากรบรรยายในชั้นเรียน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอาจารย์ผู้สอน   

ผลการประเมินตนเอง (Self assessment score)
5.1 Workforce Environmentระบุข้อที่ทำได้#ข้อคะแนนหมายเหตุ
ผลการประเมินตาม IQA5.1a1, 5.1a2225.1a1 Capability & capacity needs
5.1a2 New workforce members
ผลการประเมินตาม EdPEx5.1a20/45ยังไม่ปรากฎแนวทาง