องค์ประกอบที่ 1 การนำองค์กร -1.2 การกำกับดูแลองค์กร และการสร้างประโยชน์ให้สังคม (GOVERNANCE and Societal Contributions)

1.2 การกำกับดูแลองค์กร และการสร้างประโยชน์ให้สังคม (GOVERNANCE and Societal Contributions)

ผลการดำเนินการ

1. การกำกับดูแลองค์กร (1.2 ก)

(1) ระบบการกำกับดูแลองค์กร; สถาบันทำให้มั่นใจได้อย่างไรว่ามีการกำกับดูแลองค์กรด้วยความรับผิด ชอบอย่างครอบคลุมและรอบด้าน

1. การพัฒนากระบวนการบริหารจัดการคณะอย่างเป็นระบบ

     ในนการบริหารจัดการ คณะศึกษาศาสตร์ได้ประยุกต์ใช้กระบวนการพัฒนาแบบเสริมพลังอำนาจ(The Empowerment Approach) ด้วยกระบวนการบริหารจัดการแบบ  6 ขั้นตอน คือ

1.1 วิเคราะห์ ทบทวนพันธกิจ(Mission Analysis) : ครอบคลุมในเรื่องการตรวจสอบการทำงานตามพันธกิจหลัก 4 ประการ และงานบริหารจัดการตามที่ได้รับมอบหมายจากวิทยาลัย

1.2 วิเคราะห์สภาพการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา(Taking Stock): เพื่อตรวจสอบผลการดำเนินงานตามแผน ผลการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการประกันคุณภาพภายในของสถาบันและของคณะ รวมถึงข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาต่าง ๆ ทั้งในระดับหลักสูตร ระดับคณะ หรือระดับสถาบัน

1.3 กำหนดเป้าหมายคุณภาพ(Setting the Goal) : เป็นการกำหนดเป้าประสงค์และค่าเป้าหมายสำคัญๆ ในรอบปีถัดไป ซึ่งในปัจจุบัน ยึดเกณฑ์คะแนนประกันคุณภาพภายในของปีล่าสุด โดยกำหนดค่าเป้าหมายคะแนนผลการประเมินจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20 % ของช่วงคะแนนที่ยังสามารถพัฒนาได้

1.4 การกำหนดยุทธศาสตร์และจัดทำแผนงานโครงการ(Developing Strategies) : ได้ทำแผนยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี ปัจจุบัน คือแผนปี 2565-2567 ที่มีการทบทวนแผนทุกปี ก่อนที่จะจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการประจำปี   โดยแผนปฏิบัติการประจำปีจะต้องรองรับหรือสอดคล้องปัญหา-ความต้องการจำเป็น  ผลการประเมินคุณภาพในปีการศึกษาที่ผ่านมา และมุ่งแก้ปัญหาหรือมุ่งป้องกันความเสี่ยงที่สำคัญ ๆ(มีโครงการ ED12: การบริหารจัดการความเสี่ยง)

ในการจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการของคณะศึกษาศาสตร์ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้ กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ตามกรอบแนวคิด The Balanced Score Card(BSC) ที่ยึดมิติ Customer เป็นสำคัญ พร้อมทั้งมียุทธศาสตร์ด้านกระบวนการบริหารจัดการ และการเตรียมบุคลากรให้มีศักยภาพสูง

1.5 ดำเนินการตามแผน(Implementing) : ในขั้นตอนนี้ ได้ให้ความสำคัญกับการจัดทำปฏิทินการกำกับติดตามงาน  การรายงานความก้าวหน้า หรือการสัมมนาประเมินผลการดำเนินงาน โดยจะเน้นเรื่องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างโปรแกรมวิชา  ระหว่างคณาจารย์ที่มีผลงานโดดเด่น ตามแนวคิดและหลักการ Professional Learning Community(PLC)  ทั้งนี้ ได้ให้ความสำคัญกับการใช้ระบบ ไอ ซี ที เพื่อการกำกับติดตาม(E-Monitoring) และ

1.6 ประเมินผลการดำเนินงาน(Documenting Progress): เน้นการรวบรวมเอกสาร หลักฐานที่สะท้อนการทำงานหรือผลงาน  การจัดทำฐานข้อมูล หรือแฟ้มสะสมงานในระดับรายบุคคลของคณาจารย์ ระดับหลักสูตร และระดับคณะ ทั้งนี้ ได้พยายามพัฒนาระบบฐานข้อมูลออนไลน์ เพื่อง่ายแก่การสืบค้น  และนำสารสนเทศไปใช้ในการปรับปรุง-พัฒนางาน 

เมื่อจบการประเมินระยะสำคัญสำคัญๆ ก็จะนำผลการประเมินหรือข้อเสนอแนะ จัดทำ Improvement Plan ซึ่งอาจจะทำการเพิ่มเติมโครงการหรือกิจกรรมระหว่างปี ในแผนปฏิบัติการประจำปี หรือรวบรวมไว้เป็นฐานข้อมูลเพื่อการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี ในปีการศึกษาถัดไป

2. การถ่ายทอดวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย แผนกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการประจำปี ให้แก่บุคลากร และผู้เกี่ยวข้องในการนำไปสู่การปฏิบัติ; มีการจัดสรรปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงานให้บรรลุตามพันธกิจ การจัดทำแผนการพัฒนา ที่มีการระบุวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย แผนกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการประจำปีที่เป็นรูปธรรม ที่ผ่านการดำเนินการแบบมีส่วนร่วมและมีการประชาพิจารณ์ให้รับทราบตรงกัน ถือเป็นการถ่ายทอดความเข้าใจหรือการสื่อสารที่ดี  อีกทั้งได้ระบุวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย ไว้ในแผนกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการประจำปี และนำเสนอไว้ในเว็บไซต์ของคณะ แบะทุกโฮมเพจของโปรแกรมวิชา ก็เป็นช่องทางเลือกในการสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี  

ในส่วนของการจัดปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงาน ได้จัดให้มีคณะกรรมการคณะ  คณะทำงาน รองคณบดี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายต่างๆ และอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรที่เป็นที่รับทราบตรงกัน และจัดงบประมาณเพื่อการพัฒนางานไว้พร้อมในทุกพันธกิจ ซึ่งตามโครงการในแผนยุทธ์ศาสตร์ระยะ 3 ปี 2566-2568 กำหนดโครงการสำคัญไว้ 16 โครงการ  ส่งผลให้การทำงานมีความสะดวกและเป็นไปได้อย่างราบรื่น

3. การกำกับ ติดตาม การดำเนินการของคณะให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าประสงค์ คณะได้กำกับ ติดตาม การดำเนินการของคณะ โดยมีปฏิทินการกำกับติดตาม และใช้วิธีการที่หลากหลาย เช่น การรายงาน การประชุม-สัมมนา  การประชุมออนไลน์ การจัดห้องนิเทศงานในระบบออนไลน์ เป็นต้น  เพื่อให้งานเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามมาตรฐานการอุดมศึกษา(มาตรฐานการศึกษาชาติ) มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ซึ่งก่อให้เกิดผลดี คือ (1) เกิดผลิตผลตามพันธกิจ คือ ด้านผู้เรียน ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการบริการวิชาการ และด้านศิลปวัฒนธรรมและความเป็นไทย (2)ผลลัพธ์ด้านระบบปฏิบัติการหรือกระบวนการบริหารจัดการ-มีความราบรื่น คล่องตัว เกิดปัญหาน้อยที่สุด   (3)ผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้นบุคลากร ให้มีศักยภาพสูง มีจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา และ (4)ผลลัพธ์ด้านการนำองค์การ อย่างต่อเนื่อง ที่สะท้อนให้เห็นได้จากคะแนนผลการประเมินเมื่อเทียบระหว่างปี และการเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการ   

การกำกับติดตามงานในทุกกรณี จะเน้นการรับทราบปัญหา การร่วมนิเทศและแก้ปัญหา และการถอดบทเรียนเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดี(Good Practices) เพื่อนำไปใช้ในปีการศึกษาต่อๆ ไปหรือเพื่อเผยแพร่ต่อวงวิชาการ

4.การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการดำเนินการ และมีการจัดระบบรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และจัดการข้อมูล หรือจัดการความรู้ที่เหมาะสม และมีการใช้ข้อมูล หรือผลที่ได้จากการจัดการความรู้ หรือผลที่จากแนวปฏิบัติที่ดีจากการดำเนินการต่างๆ ของคณะ มาใช้ในการพัฒนางาน ตลอดจนนำมาใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางที่ส่งเสริมให้เกิดการบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล และเป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คณะได้ให้ความสำคัญกับการปรับระบบงานให้เป็นสำนักงานอัตโนมัติ(Automatic Office) ใช้ระบบไอซีทีเพื่อการบริหารจัดการ ทั้งเพื่อการกำกับติดตามงาน ประชุมปรึกษาหารืองานหรือเพื่อการนิเทศงานรวมถึงการสื่อสารเพื่อพัฒนาการเรียนรู้สำหรับนักศึกษา  ในปี 2562-2564 ได้จัดตั้งกลุ่ม Facebook Group, Line Group,  CONTACT CHANNEL เพื่อการสื่อสาร ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคณาจารย์กับนักศึกษา  กลุ่มอาจารย์ที่ปรึกษา  กลุ่มทีมบริหาร ฯลฯเพื่อความรวดเร็วในการบริหารจัดการ

ในช่วงเกิดปัญหา COVID-19  ตั้งแต่ปลายปี 2562 และตลอดปี 2563-2564 คณะได้เปิดโอกาสให้อาจารย์ทำงานจากบ้าน(Work from Home) เป็นระยะ ๆ โดยให้เสนอแผนการปฏิบัติงาน และรายงานการปฏิบัติงานเป็นระยะๆ บุคลากรของคณะมีโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระบบออนไลน์ ที่ทุกคนมีโอกาสนำเสนอปัญหาและขอรับคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ รวมทั้งการนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดี(Good Practices/Best Practices) ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ในระบบออนไลน์ หลายลักษณะ เพื่อเพื่อนร่วมงานจะได้มีโอกาสนำไปประยุกต์ใช้

ในการกำกับติดตามงาน การรวบรวมข้อมูล-ความคิดเห็นต่าง ๆ  การใช้ระบบออนไลน์เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถือเป็นทางเลือกสำคัญในระบบจัดการความรู้(KM) (มีโครงการจัดการความรู้)ที่ใช้ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระบบห้องเรียนหรือห้องสัมมนาปกติ ซึ่งนอกจากจะทำให้เราสามารถรวบรวมแนวปฏิบัติที่ดีในหลายๆเรื่อง ยังเป็นการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมที่สำคัญถือเป็นลักษณะหนึ่งของการบริหารจัดการแบบธรรมาภิบาลของคณะ และถือเป็นการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ

5.การกำกับ ติดตาม การดำเนินงานตามแผนการบริหารและแผนพัฒนาบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน ให้มีประสิทธิภาพ มีบรรยากาศการทำงานที่เกื้อหนุนการใช้ศักยภาพของบุคลากร การสร้างความผูกพันต่อองค์การ และทำให้องค์การมีผลการดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมาย หรือสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด  คณะให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ที่มีการจัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรอย่างชัดเจน ( มีโครงการพัฒนาสมรรถนะอาจารย์ด้านการบริหารจัดการงานตามพันธกิจ) กิจกรรมพัฒนาคณาจารย์เริ่มดำเนินการตั้งแต่แรกรับเข้าประจำหลักสูตร  การเสริมความรู้เรื่องการจัดการเรียนการสอนหรือการทำงานตามพันธกิจในวันประชุมต้นปี หรือ การอบรม-สัมมนาในเรื่อง การวัดผล-ประเมินผล หรือการวิจัยและสร้างนวัตกรรม ในระหว่างปี รวมถึง การนิเทศงานแบบร่วมคิด-ร่วมทำในขณะปฏิบัติงาน(On-the Job Training)ซึ่งได้ใช้ทั้งบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน

(2) การประเมินผลการดำเนินการ; สถาบันประเมินผลการดำเนินการของผู้นำระดับสูงและระบบกำกับดูแลองค์กรอย่างไร

การประเมินการปฏิบัติงานของคณบดีและทีมบริหาร คณะได้ดำเนินการประเมินโดยใช้กรอบการบริหารจัดการแบบธรรมาภิบาล 6 ประการ มาเป็นกรอบในการประเมิน คือ 1) การใช้หลักนิติธรรม  คือ ยึดการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการที่เป็นข้อตกลกร่วมกัน ตามระเบียบของสถาบันและตามกฎหมาย 2) หลักคุณธรรม ยึดหลักการปฏิบัติงานที่ซื้อสัตย์ ไม่มีปัญหาคอรัปชั่น ยึดมั่นในความถูกต้องหรือความดีงาม  3) หลักความโปร่งใส ที่สามารถตรวจสอบได้ รับรู้หลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติ ปัญหา หรือผลงานร่วมกัน 4)  หลักความมีส่วนร่วม บุคลากรมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของกระบวนการบริหารจัดการ  5) หลักคามรับผิดชอบ คือ ความมุ่งมั่น ทุ่มเทในการปฏิบัติงาน รับผิดชอบงานจนแล้วเสร็จ หรือร่วมแก้ปัญหาในงาน และ 6) หลักความคุ้มค่า การตระหนักถึงข้อจำกัดของทรัพยากรแล้วใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

   การประเมินตามเกณฑ์สำคัญดังกล่าวข้างต้น ดำเนินการผ่านการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบออนไลน์ ปีละ 1 ครั้ง  ผลการประเมิน ปรากฏคะแนนเฉลี่ยในปี 2566 เท่ากับ 4.29(ในระบบคะแนนเต็ม 5)

>>>เงื่อนไข การประเมิน แบบประเมิน<<<

(3) ในระบบกำกับดูแลองค์กร มีการทบทวนผลการดำเนินการของสถาบันอย่างไร

การวัด วิเคราะห์ผลลัพธ์ และการใช้ข้อมูลที่ได้จากการปฏิสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อค้นหาความต้องการใหม่ รวมถึงค้นหาโอกาสในการพัฒนา หลักสูตร การวิจัยและนวัตกรรม การบริการวิชาการ ศิลปะและวัฒนธรรมและความเป็นไทย เพื่อการทบทวนหรือปรับปรุงการดำเนินการให้เป็นไปตามกระบวนการประกันคุณภาพการศึกษา สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความต้องการของสังคม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ตลอดจนนำผลที่ได้รับไปใช้ในการบริหารความเสี่ยงโดยรวมของคณะ เพื่อจัดการให้มีความเสี่ยงในการดำเนินการลดลง    คณะให้ความสำคัญกับการวัด วิเคราะห์ผลลัพธ์ จากการดำเนินงาน เช่น การรายงานความก้าวหน้า การสัมมนาประเมินผล หรือการสัมมนาเสนอแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งคณะจะรวบรวมและนำเสนอไว้ใน Line Group ของคณาจารย์เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้ร่วมกัน หรือนำไปประยุกต์ใช้  รวมทั้งเมื่อทำงานไประยะหนึ่ง เช่น ครึ่งปีการศึกษา หรือ จบปี ก็จะมีการวิเคราะห์ ประเมินผลและจัดทำรายงานการดำเนินงาน ทั้งการายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปี และรายงานการดำเนินงานโครงการพิเศษ ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สป.อว.หรือองค์กรอื่น  

ในส่วนของผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงสำคัญ ๆ เช่น การรับนักศึกษาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย คณะได้นำผลไปวางแผนแก้ปัญหา จนปัจจุบันเกิดแนวทางใหม่ๆ ในระบบดูแลนักศึกษา เช่น Family System for Advising  อีกทั้งได้เน้นการสร้างเครือข่ายกับโรงเรียนมัธยมศึกษา อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น  จะอย่างไรก็ตาม ยังไม่ประสบความสำเร็จในการจัดการความเสี่ยงเรื่องจำนวนนักศึกษาในระดับปริญญาตรี ทั้ง 3 หลักสูตร (ภาษาอังกฤษ มีแนวโน้มสูงขึ้น คณิตศาสตร์ มีแนวโน้มสูงขึ้น วิทยาศาสตร์ทั่วไป จำนวนลดลง ในปี 2565-2566 ) และการกำกับคุณภาพให้ผู้เรียนสำเร็จการศึกษาในเวลาปกติ ของหลักสูตร

ในส่วนของการผลิตบัณฑิต จะมีการติดตามเพื่อตรวจสอบสมรรถนะบัณฑิตจากผู้ใช้บัณฑิต ทุกรุ่น เมื่อทำงานแล้ว 1 ปี เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประกอบการพัฒนาหลักสูตร รวมถึงการประเมินสมรรถนะผู้เรียนกลุ่มที่เข้ารับการฝึกปฏิบัติการทางวิชาชีพ ก็จะถูกประเมิน เช่นกัน   ผลการประเมิน ทุกรายการ จะถูกนำไปประมวลผลเพื่อการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันของงานตามพันธกิจ(Taking Stock) และเตรียมการสำหรับการจัดทำแผนปรับปรุง-พัฒนางานในระยะต่อไป(Improvement Plan) หรือเตรียมการสำหรับจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี  ในส่วนของแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนการสอน การวิจัยและผลิตงานสร้างสรรค์  การบริการทางวิชาการ หรือการทำนุบำรุงศิลปะ วัฒนธรรม และความเป็นไทย จะเก็บเป็นบทเรียน นำไปใช้ในปีถัดไป  

2. การประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและอย่างมีจริยธรรม (1.2 ข)

(1) การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และการรับรองคุณภาพ: ประกาศให้ทุกภาคส่วนยึดมั่นในระเบียบ กฏเกณฑ์ของกฏหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ในการจัดการศึกษา วิจัย หรือบริการทางวิชาการแก่ชุมชน ท้องถิ่น หรือสังคม โดยดำเนินการดังนี้

  • ยึดหลักนิติธรรมในการบริหารจัดการงานของคณะ และให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม
  • ยึดมั่นในหลักเกณฑ์ในการพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปตามเงื่อนไขกฏหมาย หรือกฏระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตามที่ กมอ.กำหนด หรือ สภาวิชาชีพกำหนด
  • กำหนดเงื่อนไข แนวปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอน ที่เน้นการสอนแบบควบคู่ระหว่างระบบในชั้นเรียนควบคู่กับระบบออนไลน์ ที่อาจารย์ทุกรายวิชาต้องเตรียมห้องเรียนออนไลน์ก่อนเปิดภาคเรียน
  • กำหนดมาตรฐานคุณสมบัติอาจารย์ผู้สอนและภาระงาน และมาตรฐานสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุน โดยประกาศให้เป็นที่รับทราบตรงกัน และให้มีการประเมินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ร่วมกับสถาบันในการเป็นกรรมการจริยธรรมด้านการวิจัย เพื่อให้การดำเนินการวิจัยเป็นไปตามประกาศของสถาบันว่าด้วยจริยธรรมด้านการวิจัย

(2) การประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม: ปฏิบัติการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อย่างมีจริยธรรม

  1. การเน้นย้ำหลักการ  การปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างของอาจารย์ในคณะในฐานะผู้ผลิต กับนักศึกษาครูในฐานะกลุ่มเป้าหมาย  “ครูที่ดี จะเกิดจากครูต้นแบบที่ดี”………Please keep in mind: A good teacher comes from good prototype teachers
  2. ปรับปรุงอัตลักษณ์ในตัวนักศึกษาและว่าที่บัณฑิต จากเดิมที่เน้น “มีวินัย มีน้ำใจ และรับผิดชอบ” ซึ่งปรากฏในแผนยุทธศาสตร์ 2561-2563   ต่อมาในแผนกลยุทธ์ ปี 2565-2567 ได้เน้น “มีทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร มีวินัย มีน้ำใจ รับผิดชอบ และปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพ”
  3. ในการออกแบบหลักสูตรฉบับปรับปรุงและหลักสูตรใหม่ตั้งแต่ ปี 2565 ทุกหลักสูตร เน้นมาตรฐานผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านจริยธรรม และลักษณะบุคคลที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  4. มีแผนงานโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรนักศึกษาในแผนปฏิบัติการประจำปี รวมถึงโครงการร่วมพัฒนาร่วมกับโรงเรียนเครือข่าย  การส่งเสริมกิจกรรมค่ายคุณธรรม
  5. เน้นให้นักศึกษาจัดทำ E-Portfolio ที่บันทึกรายการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพ แล้วสั่งสมไว้ใน E-Portfolio
  6. ร่วมกับคุรุสภาในการจัดทำโครงการ Ethics -PLC หรือ e-PLC ตั้งแต่ปี 2562-2566 เพื่อเสริมทักษะการสอนที่มุ่งปลูกฝังคุณธรรม สำหรับนักศึกษาครูทั้งในหลักสูตรระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งเชื่อว่ากิจกรรมนี้ จะเป็นการพัฒนาคุณธรรม จรยธรรมสำหรับนักศึกษาไปในตัวด้วย
  7. ได้วางแผน เตรียมการพัฒนาระบบประเมินและรับสรองสมรรถนะนักศึกษาก่อนจบเป็นบัณฑิต  การรับรองจะครอบคลุมสมรรถนะด้านคุณธรรมและจริยธรรมด้วย
  8. สำหรับคณาจารย์ของคณะ ได้กำหนดสมรรถนะสำคัญด้านคุณธรรม จริยธรรมด้วย คือ “มีวินัย มีน้ำใจ และรับผิดชอบ” ทั้งเพื่อการดำเนินชีวิตของอาจารย์และการทำตนเป็นแบบอย่างแก่นักศึกษา
  9. คณบดี เป็นกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครูของประเทศไทยชุดที่ 4 (2565-2569) ได้เน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรมและการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพสำหรับวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาในด้านนี้ร่วมกับเขตพื้นที่การศึกษาและคุรุสภา

3. การสร้างประโยชน์ให้สังคม (1.2 ค)

(1) ความผาสุกของสังคม; คณะได้ตระหนักและส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อตงสใผาสุกของสังคมมาอย่างต่อเนื่อง

หลักคิดสำคัญในการส่งเสริม-พัฒนาชุมชน:  “ในการบริการทางวิชาการ ควรบริการทางวิชาการแก่ชุมชน ท้องถิ่นที่เป็นที่ตั้งของสถาบันเป็นพิเศษ  เน้นการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งอาจของบประมาณสนับสนุนการพัฒนาสังคมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้กิจกรรมบริการทางวิชาการทุกประเภทจะต้องบูรณาการกับการจัดการเรียบนรู้ คือเปิดโอกาสให้นักศึกษาหรือองค์กรนักศึกษา(สโมสรนักศึกษา)มีบทบาทร่วมในโครงการบริการทางวิชาการต่าง ๆ เป็นการเรียนรู้ประสบการณ์ในสถานการณ์ชีวิตจริงไปในตัว ไม่ใช่เรียนในโลกเสมือน(Virtual World) เพียงอย่างเดียว”

ตามแนวคิดข้างต้น คณะศึกษาศาสตร์ ได้พิจารณาและให้ความสำคัญในเรื่องความผาสุขสังคมและผลประโยชน์ของสังคม นำมาเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ในการพัฒนาภายใต้ภารกิจบริการทางวิชาการ ที่มีจุดเน้นหรือการดำเนินงาน ดังนี้

  1. ในปี 2562-63 ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและท้องถิ่นโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง(๊U-School Mentoring) ร่วมกับเครือข่ายอุดมศึกษาภาคตะวันออกที่มีมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นแม่ข่าย  ในปีแรก เน้นการพัฒนาทักษะและนิสัยรักการอ่านของนักเรียน ทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และ การเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ได้ทดลองนำร่องปีละ 3 โรงเรียนในจังหวัดนครนายก(ได้รับประมาณจาก สป.อว. ปีละ 90,000 บาท รวม 2 ปี เท่ากับ 180,000 บาท)
  2. ปี 2564 ได้เข้าร่วมโครงการ U-Schools Mentoring  ที่เน้นการปลูกฝังค่านิยม เรื่อง การเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่  การจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต(Education for Well-being)  การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญท้องถิ่น เพื่อรองรับการพัฒนาจังหวัดนครนายกเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว และการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร  ในปีนี้ ได้ขยายโครงการในโรงเรียนเป้าหมายเป็น 13 โรงเรียน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สป.อว.จำนวน 408,000 บาท
  3. ปี 2565  ได้จัดทำโครงการเดิม เน้นการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และจัดทำฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น(งปม.จาก สป.อว. 180,000 บาท)
  4. ปี 2566 โครงการเดิม  เน้น SDG(Sustainable Development Goal-SDG ของ UN)  และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบต่อยอดและแปลเป็นภาษาอังกฤษ(งปม.จาก สป.อว.180,000 บาท)

…ตามนัยข้างต้นนี้ แสดงถึงการตระหนักในเรื่องคุณภาพชีวิตและการเป็นอยู่ที่ดีและประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับ ในการดำเนินการบริการทางวิชาการของคณะศึกษาศาสตร์ มาอย่างต่อเนื่อง

(2) การสนับสนุนชุมชน

เขตพื้นที่บริการสำคัญของวิทยาลัย ที่ถือเป็นเขตพพื้นที่บริการชั้นใน คือ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว ซึ่งในปัจจุบันคณะศึกษาศาสตร์ได้เป็นแกนนำในการพัฒนาท้องถิ่นและวิชาชีพครูในท้องถิ่น ผ่านโครงการที่สำคัญ 4 โครงการ คือ 

  • โครงการ U-School Mentoring  ตั้งแต่ปี 2562-ปัจจุบัน  สนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ปีละ 180,000 บาท ตั้งแต่ปี 2565-ปัจจุบัน(งบสนับสนุนจาก สป.อว.)
  • โครงการนิเทศและพัฒนาครู ในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถื่น(THE DEVELOPMENT OF TEACHERฆ FOR LOCAL DEVELOPME์T) ตั้งแต่ปี 2560-ปัจจุบัน   ..มุ่งนิเทศพัฒนาครูในโครงการ ภายใต้งบประมาณสนับสนุน โดยเฉลี่ยปีละ  150,000-200,000 บาท( งบสนับสนุนจาก สป.อว.)
  • โครงการโรงเรียนเครือข่ายเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา(STIC-SCHOOL NETWORK) เริ่มปีการศึกษา 2564-ปัจจุบัน  ในปัจจุบัน ถือว่า โรงเรียนเครือข่ายเพื่อการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ  โรงเรียนที่เข้าร่วม MOU  เป็นโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายภายใต้โครงการนี้(ประชุมร่วม ปีละ 2 ครั้ง และ นิเทศ ส่งเสริมผ่านระบบออนไลน์ อย่างต่อเนื่อง)
  • โครงการพัฒนาระบบบริหารงานบุคคล ของสพม.ปราจีนบุรี นครนายก(ดำเนินการในบทบาทของ ประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ได้รับมอบหมายจาก ก.ค.ศ.ให้ปฏิบัติหน้าที่นี้) ประชุมเดือนละ 1 ครั้ง
  • การสนับสนุนวิทยากรสำหรับโรงเรียนตามที่โรงเรียนร้องขอ โดยเฉลี่ย อาจารย์ของคณะออกเป็นวิทยากร เดือนละ 2-3 ครั้ง

เอกสารหลักฐาน

รหัสหลักฐาน รายการ
1.2-1-01 การกำกับดูแลองค์กรดูที่ Management System
ระบบแผน-ระบบบริหารจัดการ – คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา (facultyofeducation.net)
1.2-1-02 การปฏิบัติตามกฏหมายอย่างมีจริยธรรมดูที่การสร้างแจงจูงใจ+ ประกาศเงื่อนไขกฏหมายต่างๆ+จุดเน้น
KNOWLEDGE MANAGEMENT | graduateschooledstic (drsuphak.wixsite.com)
1.2-1-03 การสร้างประโยชน์แก่สังคมตัวอย่างโครงการบริการสังคม
HOME | Schdevstic (suphak1954.wixsite.com)
คณบดี กับบทบาทต่อสังคม
https://suphak1954.wixsite.com/e-portfolio/projects

การประเมินตนเอง

ข้อที่123
คะแนน1-21-21
เกณฑ์ประเมินดำเนินการคะแนน
1. การกำกับดูแลองค์กร (2 คะแนน) 
   (1) ระบบการกำกับดูแลองค์กร/  1  
   (2) การประเมินผลการดำเนินการ
   (3) ผลการดำเนินการของสถาบัน: การทบทวน ปรับระบบงาน/1
2. การประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและอย่างมีจริยธรรม (2 คะแนน)
   (1) การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และการรับรองคุณภาพ/1
   (2) การประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม/1
3. การสร้างประโยชน์ให้สังคม (1 คะแนน)
   (1) ความผาสุกของสังคม/  1  
   (2) การสนับสนุนชุมชน
รวม 5